เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาเมื่อเวลาผ่านไปในปัจจุบัน

13

เทคโนโลยี คือ การใช้ความรู้ เครื่องมือ ความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจน ผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ่งประดิษฐ์และวิธีการ มาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้นและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากยิ่งขึ้นในช่วงสองทศวรรษทีผ่านมา วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ได้มีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นจนสามารถสร้างนวัตกรรม ซึงก็คือ การเรียนรู้ การผลิตและ การใช้ประโยชน์จากความคิดใหม่ ให้เกิดผลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เทคโนโลยีทำให้สังคมโลกทีเ รียบง่าย กลายเป็นสังคมที่มีการดำรงชีวิตที สลับซับซ้อนมากขึ้น ก่อให้เกิดกระแสแห่งความไร้พรมแดน หรือกระแสโลกาภิวัฒน์ ทีเข้ามาสู่ทุกประเทศอย่าง รวดเร็ว จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ อันเป็นการผสมผสาน 4 ศาสตร์ เข้าด้วยกันได้แก่ อิเล็อทรอ นิกส์ โทรคมนาคม และข่าวสาร ทำให้สังคมโลกสามารถสื่อสารกันได้ทุกแห่งทั่วโลกอย่างรวดเร็ว สามารถรับรู้ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้พร้อมกัน สามารถบริหารจัดการและตัดสินใจได้ทุกขณะเวลา การลงทุนค้าขาย และธุรกรรมการเงินทได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเทคโนโลยี กำลังทำให้โลกใบนี้ “เล็กลง” ทุกขณะ

เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาเมื่อเวลาผ่านไปขั้นตอนการเปลี่ยนนแปลงขึ้นอยู่กับกระบวนการทางวิวัฒนาการ ของระบบหรือเครื่องมือนั้นๆ ดังนั้นคำว่าวิวัฒนาการของเทคโนโลยี จึงหมายถึง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบหรือเครื่องมือที่เกิดขึ้นอย่างซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับอย่างต่อเนื่องอันมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่างๆ คำว่า นวัตกรรม เป็นคำที่ใช้ควบคู่กับ เทคโนโลยี เสมอๆ ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Innotech ความจริงแล้ว นวัตกรรมและเทคโนโลยีนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดเนื่องจากนวัตกรรมเป็นเรื่องของการคิดค้นหรือการกระทำใหม่ ๆเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นซึ่งอาจจะอยู่ในขั้นของการเสนอความคิดหรือในขั้นของการทดลองอยู่ก็ได้ ยังไม่เป็นที่คุ้นเคยของสังคม ส่วนเทคโนโลยีนั้นมุ่งไปที่การนำสิ่งต่าง ๆรวมทั้งวิธีการเข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำงาน หรือแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ถ้าหากพิจารณาว่านวัตกรรมหรือสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่นี้น่าจะนำมาใช้ การนำเอานวัตกรรมเข้ามาใช้นี้ ก็จัดได้ว่าเป็นเทคโนโลยีด้วย และในการใช้เทคโนโลยีนี้ถ้าเราทำให้เกิดวิธีการหรือสิ่งใหม่ๆ ขึ้น สิ่งนั้นก็เรียกว่าเป็นนวัตกรรม เราจึงมักเห็นคำ นวัตกรรม และ เทคโนโลยี อยู่ควบคู่กันเสมอ

นาโนเทคโนโลยีกับการผลิตเครื่องผลิตสำอาง

ในปัจจุบันตลาดการแข่งขันของผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์โปรดัก เป็นไปอย่างดุเดือดและรุนแรง ผู้ผลิตเครื่องสำอางแต่ละรายต่างใช้กลยุทธ์ทางการตลาดทุกรูปแบบมาต่อสู้กัน รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิตครีม ไม่ว่า จะมีเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ ออกมา ผู้ผลิตสินค้า เป็นต้องสรรหาบเทคโนโลยีนั้นๆมาพัฒนาตัวสินค้าของตนเอง ซึ่งความรุนแรงของการแข่งขันทางการตลาดเช่นนี้ ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมายิ่งขึ้น ด้วยสินค้าที่หลากหลาย แถมด้วยโปรโมชั่นทางการตลาดที่เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งผลิตภัณฑ์ประเภทหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ทั้งจากผู้ผลิต และผู้บริโภค คือผลิตภัณฑ์ทางด้านเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล

ซึ่งการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ผู้ผลิตก็มักจะมุ่งพัฒนากันที่ การทำงานของสารออกฤทธิ์ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากโดยเฉพาะต่อภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้มีการนำเทคโนโลยีการผลิตหลายชนิดมาใช้เพื่อเพิ่มความคงตัวและพัฒนาประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของสารสำคัญ ในการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตครีมและผลิตเวชสำอาง เช่น ไลโปโซม (liposomes)ไมโครอิมัลชั่น (microemulsions) เป็นต้น การเก็บกักสารสำคัญโดยใช้ไขมันชนิดแข็ง (solid lipid nanoparticle) เป็นอีกแนวทางที่สามารถนำมาใช้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้ เนื่องจากวิธีนี้สามารถเลือกใช้ไขมันแข็งเป็นองค์ประกอบที่มีราคาเหมาะสม เป็นสารที่สามารถย่อยสลายและเข้ากันได้ดีกับร่างกาย มีวิธีการเตรียมที่ทำได้ง่าย สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีจากห้องปฏิบัติการไปสู่ระดับอุตสาหกรรมได้ดี ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย นักวิจัยสังกัด ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ทำการศึกษาการเตรียมอนุภาคนาโนไขมันชนิดแข็งโดยสารสำคัญที่เลือกใช้ คือ Coenzyme Q10 เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการนำไปใช้พัฒนาเครื่องสำอางต่อไป Coenzyme Q10 เป็นสารที่สามารถพบได้จากธรรมชาติอีกชนิดหนึ่งในร่างกายมนุษย์ โดยเป็นสารที่มีบทบาทในกระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอนในการสร้างพลังงานในร่างกาย ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการซ่อมแซมและฟื้นฟูสภาพผิวหนัง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ Coenzyme Q10 เป็นส่วนผสมเพื่อการชะลอริ้วรอยในเครื่องสำอาง อนุภาคนาโนชนิดไขมันแข็ง จะมีขนาดอนุภาคอยู่ในช่วง 50 ถึง 1,000 นาโนเมตร สามารถเตียมได้โดยใช้สารห่อหุ้มประเภทไขมัน เช่น ไตรกลีเซอร์ไรด์และแวกซ์ เป็นต้น เมื่อเตรียมเสร็จและปล่อยให้เย็นตัวลงที่อุณหภูมิห้อง สารห่อหุ้มจะเปลี่ยนสถานะมาเป็นของแข็งและหุ้มสารสำคัญเอาไว้ข้างใน ลักษณะโครงสร้าง ของอนุภาคนาโนชนิดไขมันแข็งจะมีชั้นที่ห่อหุ้มนั้นเรียงตัวกันชั้นเดียว (monolayer) แต่ ณ อุณหภูมิห้องและอุณหภูมิร่างกาย อนุภาคนาโนชนิดไขมันจะอยู่ในสถานะของแข็ง จึงสามารถควบคุมการปลดปล่อยสารสำคัญได้ดี โดยสารสำคัญจะค่อย ๆ ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ สามารถช่วยลดอาการระคายเคืองของผิวหนังจากสารบางชนิดได้ ช่วยยืดระยะเวลาในการออกฤทธิ์ของสารสำคัญภายใน เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยรักษาความคงตัวของสารสำคัญภายในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพิ่มการดูดซึมสารลงในชั้นผิวที่ลึกยิ่งขึ้น และสามารถนำมาใช้ในทางเครื่องสำอางได้หลายรูปแบบคือ ใช้ได้ทันทีในรูปแบบโลชั่น หรือบรรจุลงในเนื้อครีม หรือทำให้อยู่ในรูปแบบเจลโดยการเติมสารเพิ่มความหนืด ซึ่งนอกจากจะสามารถนำมาใช้กับ Coenzyme Q10 แล้วยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสารสำคัญอื่น ๆ เช่น สารสกัดจากสมุนไพร หรือวิตามินต่าง ๆ ที่นำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้อีกด้วย การพัฒนาอนุภาคนาโนชนิดไขมันแข็ง จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการพัฒนาเครื่องสำอางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสารสกัดสมุนไพร ใช้เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์สปา OTOP ภายในประเทศ ให้มีศักยภาพและความพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดโลกได้

ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อสังคมในทางบวก

ระบบสารสนเทศ มีประโยชน์มาก แต่มีจุดอ่อนบางประการ เช่น สารสนเทศ ทั้งหลายที่ได้มาจากข้อมูลนั้น ยังไม่สามารถช่วยผู้บริหารตัดสิน ใจได้โดยตรง จึงเกิดความต้องการให้ได้ระบบที่ช่วยเสริมการ ทำงานของผู้บริหาร ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร มีลักษณะการรวบความรอบรู้ เกิดการประมวลผลความรอบรู้ อย่างไรก็ดี แม้จะมีการพัฒนาให้คอมพิวเตอร์ช่วยงานต่าง ๆ ได้มากแล้วก็ตาม แต่ก็ยังต้องพัฒนาให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นอีก พัฒนาการของคอมพิวเตอร์ช่วยให้การทำงานของมนุษย์ดีขึ้น ทำให้มนุษย์สามารถนำความรู้และ ประสบการณ์ต่าง ๆ มารวมไว้เป็นหมวดหมู่ วิวัฒนาการ เหล่านี้ย่อมทำให้เกิดผลกระทบต่อสังคมอย่างมากมาย ซึ่งมีผู้กล่าวว่า สังคมโลกกำลังอยู่ในยุคของการปฏิวัติ ครั้งที่ 3 ครั้งแรกเกิดเมื่อมนุษย์คิดค้นวิธีการทางการ เกษตรสามารถปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเปลี่ยนการเร่ร่อน ของมนุษย์ให้มาตั้งถิ่นฐานเพื่อทำการเกษตร ต่อมาเกิดการปฏิวัติทางอุตสาหกรรมทำให้ เกิดระบบการผลิตและเกิดโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นมากมาย มีการรวมกลุ่มเป็นสังคมเมือง และปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสารสนเทศ ซึ่งเห็นได้ชัดจากการสื่อสารที่ให้ข่าวสาร อย่างรวดเร็ว จนทำให้โลกมีลักษณะไร้พรมแดน ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อสังคมในทางบวกหรือทางที่ดีมีดังนี้

1. ช่วยส่งเสริมความสะดวกสบายของมนุษย์ เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้ความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น ช่วยส่งเสริมให้มี ประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้มนุษย์มีเวลาว่างเพื่อใช้ ในทางที่เกิดประโยชน์มากขึ้น มีเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่ให้ติดต่อกันได้สะดวก มีระบบคมนาคมขนส่งที่ รวดเร็วสามารถใช้โทรศัพท์ในขณะเดินทางไปมายังที่ต่าง ๆ มีอุปกรณ์ช่วยอำนวยความ สะดวกที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ เช่น ลิฟต์ เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ เครื่องช่วย ให้เกิดการพักผ่อนหย่อนใจ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ มีรายการให้เลือกชมได้มากมาย มีการ แพร่กระจายสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทำให้ผู้ชมสามารถรับรู้ข่าวสารต่าง ๆ จาก ทั่วทุกมุมโลกได้อย่างรวดเร็วเหมือนอยู่ในเหตุการณ์

2. ช่วยทำให้การผลิตในอุตสาหกรรมดีขึ้น การผลิตสินค้าในปัจจุบันต้องการผลิตสินค้าจำนวนมาก มีคุณภาพมีมาตรฐาน ซึ่ง ในปัจจุบันใช้เครื่องจักรทำงานอย่างอัตโนมัติ สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง สินค้าที่ได้มีคุณภาพและปริมาณพอเพียงกับความต้องการของผู้บริโภค ปัจจุบันมีความ พยายามที่จะสร้างหุ่นยนต์ให้เข้ามาช่วยในอุตสาหกรรมการผลิต เช่น การผลิตรถยนต์

3. ช่วยส่งเสริมให้เกิดการค้นคว้าวิจัยสิ่งใหม่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสาร เช่น เครือข่ายคอมพิวเตอร์ช่วยให้งานค้น คว้าวิจัยในห้องปฏิบัติการวิจัยต่าง ๆ มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น คอมพิวเตอร์ช่วยงานคำนวณ ที่ซับซ้อน ซึ่งแต่ก่อนยากที่จะทำได้ เช่น งานสำรวจทางด้านอวกาศ งานพัฒนาคิดค้ผลิตภัณฑ์และสารเคมีต่างๆ ทำให้ได้สูตรยา รักษาโรคใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ปัจจุบันงาน ค้นคว้าวิจัยทุกแขนงจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ ช่วยในการคำนวณต่างๆ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ในการจำลองรูป แบบของสิ่งที่มองไม่เห็นตัว ใช้ในการค้นหา ข้อมูลที่มีจำนวนมากและแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก สามารถค้นหารายงานวิจัยที่มีผู้เคยทำ ไว้แล้วและที่เก็บไว้ในห้องสมุดต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว งานวิจัยต่าง ๆ มีความก้าวหน้า ยิ่งขึ้น เพราะเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่อย่างมาก

4. ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้กิจการด้านการ แพทย์เจริญก้าวหน้าขึ้นมาก เครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ล้วนแล้ว แต่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการดำเนินการ ช่วยในการดำเนินการ ช่วยในการแปลผล มีเครื่อง ตรวจหัวใจที่ทันสมัย เครื่องเอกซเรย์ภาคตัดขวางที่ สามารถตรวจดูอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่าง ละเอียด มีเครื่องมือตรวจค้นหาโรคที่ทันสมัย หรือแม้แต่การผ่าตัดก็มีเครื่องมือช่วย ในการผ่าตัดที่ทำให้คนไข้ปลอดภัยยิ่งขึ้น มีเครื่องคอยวัดและตรวจสอบสภาพการเปลี่ยน แปลงของร่างกายอย่างละเอียด ระบบการรักษาพยาบาลจากที่ห่างไกล เช่น คนไข้ อยู่ที่จังหวัดชายแดนและขาดแคลนแพทย์เฉพาะทาง แพทย์ผู้ทำการรักษาสามารถส่ง คำถามปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะได้ มีการรวบรวมความรู้ของแพทย์ผู้ชำนาญ การจัดสร้างเป็นฐานความรอบรู้ เพื่อใช้ประโยชน์ได้กว้างขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนา เครื่องมือช่วยคนพิการต่าง ๆ เช่น การสร้างแขนเทียม ขาเทียม การสร้างเครื่องกระตุ้น หัวใจ สร้างเครื่องช่วยฟังเสียง หรือมีการพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกถ่ายอวัยวะสำคัญต่าง ๆ รวมทั้งการผลิตยา และวัคซีนสมัยใหม่ด้วย

5. ช่วยส่งเสริมสติปัญญาของมนุษย์ คอมพิวเตอร์มีจุดเด่นที่สามารถทำงานได้รวดเร็ว มีความแม่นยำ สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้มาก การแก้ปัญหาที่ ซับซ้อนบางอย่างกระทำได้ดี และรวดเร็ว งานบางอย่างถ้า ให้มนุษย์ทำอาจต้องเสียเวลา ในการคิดคำนวณตลอดชีวิต แต่คอมพิวเตอร์สามารถทำงาน เสร็จภายในเวลาไม่กี่ วินาที ดังนั้นจึงมีการนำคอมพิวเตอร์ มาจำลองเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้มนุษย์หาทางศึกษาหรือแก้ไขปัญหาเช่น การจำลอง สภาวะของสิ่งแวดล้อม การจำลองระบบมลภาวะ จำลองการไหลของของเหลว การควบ คุมระบบการจราจร หรือแม้แต่การนำเอาคอมพิวเตอร์มาจำลองในสภาพที่เหมือนจริง เช่น จำลองการเดินเรือ จำลองการขับเครื่องบิน การขับรถยนต์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ เหมือนจริงได้ หากมีการผิดพลาดก็ไม่ทำให้เกิดอันตราย คอมพิวเตอร์จึงเป็นเครื่องมือ ที่ช่วยในการเรียนรู้ของมนุษย์ได้ดี ปัจจุบันมีการนำบทเรียนมาไว้ในคอมพิวเตอร์เรียกว่า คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI)และคอมพิวเตอร์ยังเป็นเครื่องมือให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา สมัยใหม่เชื่อมโยงติดต่อทางอินเทอร์เน็ต สามารถเรียก ค้นข้อมูลข่าวสารผ่านทางเครือข่าย สามารถเรียนรู้การใช้ คอมพิวเตอร์หรือเรียนจากที่ห่างไกลได้ ถือเป็นหนทางที่ทำให้เกิดสติปัญญาอย่างแท้จริง

6. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง เทคโนโลยีจำเป็นต่ออุตสาหกรรม กิจการค้า ธุรกิจต่าง ๆ กิจการทางด้านธนาคาร ช่วยส่งเสริมงานทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้กระแส เงินหมุนเวียนได้อย่างกว้างขวาง ผู้ผลิตในสายอุตสาหกรรม จะผลิตสินค้าได้มาก ลดต้นทุน ผู้บริโภคก็มีกำลังในการจับ จ่ายใช้สอยมาก ธุรกิจโดยรวมจำเป็นต้องอาศัยการแลก เปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน มีการสื่อสารเกี่ยวข้องกัน เกิด ระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์

7. ช่วยให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างกัน การสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่ช่วยย่นย่อโลกให้เล็กลง โลกมีสภาพไร้พรมแดน มีการเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกันมากขึ้น เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ทำให้ลดปัญหาใน เรื่องความขัดแย้ง สังคมไร้พรมแดนทำให้มี ความเป็นอยู่แบบรวมกลุ่มประเทศมากขึ้น

8. ช่วยส่งเสริมประชาธิปไตย ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อกระจายข่าวสาร เพื่อให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของกระจายระบบ ประชาธิปไตย แม้แต่การเลือกตั้งก็มีการใช้คอมพิวเตอร์รวมผล คะแนน ใช้สื่อโทรทัศน์วิทยุแจ้งผลการนับคะแนนที่ทำให้ทราบ ผลได้รวดเร็ว

การนำเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์มาใช้ในการผ่าตัดทางการแพทย์

ประเทศไทยต้องใช้เงินงบประมาณเพื่อนำเข้าหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพื่อใช้งานทางการแพทย์เป็นจำนวนหลายหมื่นล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะโรงพยาบาลในประเทศหลายแห่งมีความตื่นตัวและเห็นความสำคัญของการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเป็นเครื่องมือช่วยแพทย์ในการผ่าตัดผู้ป่วยมากขึ้น หากรัฐบาลไทยต้องการลดการนำเข้าระบบหุ่นยนต์เหล่านี้จากต่างประเทศนั้นเพื่อป้องกันการสูญเสียเงินตราอย่างน่าเสียดาย จึงควรสนับสนุนการพัฒนาขึ้นใช้เองจากการต่อยอดจากงานวิจัยภายในประเทศได้ เนื่องจากในด้านการแพทย์มีการเริ่มนำเอาหุ่นยนต์แขนกลเข้ามาในการช่วยทำการผ่าตัด เนื่องจากหุ่นยนต์สามารถทำงานที่มีความละเอียดสูงเกินกว่ามนุษย์จะทำ เช่น การเอาหุ่นยนต์มาใช้ในการผ่าตัดสมอง ซึ่งมีความจำเป็นมากในความละเอียดในการผ่าตัด หุ่นยนต์แขนกลจึงเป็นส่วนหนึ่งในการผ่าตัดด้านการแพทย์ การทำงานของหุ่นยนต์แขนกลในการผ่าตัดจะมีลักษณะควบคุมการทำงานการผ่าตัดโดยผ่านทางแพทย์ ในการผ่าตัดโดยมีหุ่นยนต์แขนกลเข้ามามีส่วนร่วมจะเน้นเรื่องความปลอดภัย

ปัจจุับันเทคนิคการผ่าตัดโดยวิธีการบาดเจ็บน้อยได้รับความนิยมอย่างสูง

และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ส่งผลให้ประสิทธิภาพของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพื่อเอาชนะข้อจำกัดด้านความสามารถของมนุษย์ ซึ่งการพัฒนาของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเริ่มมาจากระบบทางอุตสาหกรรมที่ใช้หุ่นยนต์ช่วยในการทำงานในที่เสี่ยงภัย เช่น บริเวณที่มีกัมมันตภาพรังสีใต้มหาสมุทร หรือแม้กระทั่งในอวกาศ สำหรับทางการแพทย์บางครั้งศัลยแพทย์ไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ทุกที่ เช่น บริเวณแนวหน้าของสงคราม หรือบริเวณทุรกันดารที่ต้องการศัลยแพทย์อย่างเร่งด่วน ทำให้มีการคิดค้นและริเริ่มการผ่าตัดทางไกลโดยใช้ศัลยแพทย์ควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

หลังจากนั้นได้มีการพัฒนาหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดได้นำระบบ da Vinci และระบบควบคุมการเคลื่อนไหว AESOP และ ZEUS มาใช้ทำให้การผ่าตัดด้วยกล้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเคลื่อนไหวของเครื่องมือในการผ่าตัดส่องกล้องธรรมดาสามารถหมุนได้สี่ทิศทาง ขณะที่การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์สามารถหมุนเครื่องมือได้ถึงเจ็ดทิศทาง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการแก้ไขความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ ประกอบกับเป็นกล้องที่สามารถทำให้ศัลยภาพมองเห็นภาพเป็นสามมิติได้ และมือของหุ่นยนต์ยังสามารถช่วยลดการมือสั่นจากการเมื่อยหล้าจากการผ่าตัดของศัลยแพทย์ได้

ปัจจุบันนี้เป็นยุคที่ต้องพึ่งพาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


ประเทศไทย นับเป็นประเทศหนึ่งที่ถือได้ว่าอยู่ในแถบสีเขียวของโลก คือ บริเวณศูนย์สูตรซึ่งมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นเหมาะกับการอยู่อาศัยของพืชและสัตว์ต่างๆเป็นอย่างดี จึงทำให้เป็นประเทศหนึ่งในโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงโดยมีความแตกต่างกันของระบบนิเวศหลายอย่าง ปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มนุษย์ได้ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและรวดเร็วในการดำรงชีวิต การใช้ทรัพยากรธรรมชาติจึงเป็นไปอย่างรวดเร็วซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อตนเองและสิ่งแวดล้อมทั้งระยะสั้นและระยะยาว สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์ทั้งสิ้น

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

ทำให้มนุษย์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต อย่างมากมาย ทำให้คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นอย่างดี วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญมากในการแก้ปัญหาและพัฒนาชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและสร้างสรรค์เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในยุคโลกไร้พรมแดน วิทยาการทุกอย่างย่อมส่งผลกระทบถึงทุกคน ดังนั้นการเรียนรู้และการประยุกต์ใช้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการแก้ปัญหาชีวิตและการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคมโดยถ้าทุกคนมีจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งแวดล้อมแล้ว การนำเทคโนโลยีมาใช้ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์

การมีฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง มีการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการดำเนินชีวิตเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม ถึงแม้ว่าการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะก้าวล้ำเพียงใดก็ตาม หากไม่เรียนรู้ควบคู่กับคุณธรรม จริยธรรมและคุณค่าของวัฒนธรรมในสังคมของตนเองแล้ว ย่อมส่งผลให้คนในสังคมขาดสมดุล ดังนั้นการเรียนรู้ทางวิทยาาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาทางด้านสังคมแบบบูรณาการร่วมกันแล้ว ย่อมส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมนั้นๆพัฒนาไปอย่างยั่งยืน

จุดมุ่งหมายทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

1. ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆกัน
2. มองเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อการส่งเสริมคุณภาพชีวิต
3. มีเจตคติทางวิทยาศาสตร์
4. นำความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
5. รู้จักและเลือกใช้พลังงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
6. ตระหนักถึงผลกระทบของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีต่อมนุษย์ สภาพแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรม